ท่ามกลางอันตรายจากสารชีวภาพที่มองไม่เห็นการละเลยการป้องกันดวงตาในที่ทำงานไม่ต่างอะไรกับการเปิดประตูต้อนรับอันตรายเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่เต็มไปด้วยลักษณะงานและความเสี่ยงหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการกระแทก การกระเด็น สเปรย์ หรือละอองฝอยดังนั้นการป้องกันดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพราะการพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรงจนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือเสียชีวิตได้เลย
อุบัติเหตุด้านชีวภาพจากการละเลยการป้องกันดวงตา
ตัวอย่างรายงานอุบัติเหตุนี้แสดงถึงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจากการละเลยการป้องกันดวงตาของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งนำไปสู่การได้รับอันตรายที่ไม่อาจมองข้ามได้
- เหตุการณ์ที่ 1 : นักจุลชีววิทยาหญิง อายุ 43 ปี ได้รับอุบัติเหตุจากละอองของ Neisseria gonorrhoeae เข้าตาขวา ขณะเปิดขวดเชื้อ (vial) ที่เก็บในไนโตรเจนเหลว เธอจึงล้างตาด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากทันที และได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเมื่อแสดงอาการแล้ว (รายละเอียดดังเอกสารอ้างอิงลำดับที่ 5)
- เหตุการณ์ที่ 2 : วันที่ 29 ตุลาคม 2540 นักวิจัยหญิง อายุ 22 ปี ประจำ primate-center field station ได้ช่วยจับลิงแสม (Macaca mulatta) ในคอกเลี้ยงแบบปล่อย (free-range corral) ซึ่งเธอสวมเครื่องแบบ ถุงมือยางลาเท็กซ์แบบใช้ครั้งเดียว และหน้ากากอนามัย แต่ไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา ในระหว่างการย้ายลิงแสมไปยังกรงบีบ (squeeze cage) มีของเหลวไม่ทราบชนิดจากลิงเข้าตาของนักวิจัย เธอได้เช็ดตาทันที และประมาณ 45 นาทีต่อมาได้ล้างตาด้วยน้ำประปาประมาณ 2-3 นาที แต่ไม่ได้รับการรักษาพยาบาลหรือปรึกษาแพทย์ในทันที ต่อมานักวิจัยติดเชื้อ Cercopithecine herpesvirus 1 (B virus) และถึงแม้จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส แต่เธอก็เสียชีวิตในวันที่ 10 ธันวาคม 2540 (รายละเอียดดังเอกสารอ้างอิงลำดับที่ 3)
- เหตุการณ์ที่ 3 : วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นิสิตคนหนึ่งนำเลือดเข้าหลอดเลือดด้วยความรวดเร็วจนทำให้เลือดพุ่งกระเด็นเข้าตาของนิสิตผู้ประสบเหตุ จากนั้นนิสิตผู้ประสบเหตุจึงไปล้างตา และทั้งนิสิตผู้ประสบเหตุและนิสิตที่ทำเลือดกระเด็นได้ไปเจาะเลือดเพื่อตรวจหา HBsAg, Anti-HBs, Anti-HBc, Anti-HIV, Anti-HCV
- เหตุการณ์ที่ 4 : วันที่ 17 สิงหาคม 2566 DNA ของแบคทีเรีย (Escherichia coli) กระเด็นเข้าตานิสิตระหว่างกระบวนการสกัด นิสิตได้ล้างตา ไม่มีอาการระคายเคืองและผลข้างเคียง
การตอบโต้เหตุฉุกเฉินเมื่อสารชีวภาพกระเด็นเข้าตา
การตอบสนองอย่างรวดเร็วและถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินสารชีวภาพกระเด็นเข้าตา เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บรุนแรงและการติดเชื้อ
ห้องปฏิบัติการทางชีวภาพจึงควรมีมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเมื่อสารชีวภาพกระเด็นเข้าตาดังนี้
- ควรมีอ่างล้างตาฉุกเฉิน (eye wash station) ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- ในกรณีที่ไม่มีอ่างล้างตาฉุกเฉิน ควรจัดเตรียมน้ำเกลือล้างตาชนิดสำเร็จรูปที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เปิดใช้งานง่ายและรวดเร็ว สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- มีแนวปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเมื่อสารชีวภาพกระเด็นเข้าตา และที่สำคัญคือผู้ปฏิบัติงานทุกคนรับทราบและเข้าใจแนวปฏิบัติดังกล่าว รวมถึงรู้ตำแหน่งของอ่างล้างตาฉุกเฉินหรือน้ำเกลือล้างตา
อุปกรณ์ป้องกันดวงตากับการป้องกันการติดเชื้อ
แม้ว่าการควบคุมอันตรายด้วยวิธีอื่น ๆ จะมีประสิทธิภาพมากกว่าอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (personal protective equipment, PPE) ซึ่งเป็นตัวเลือกท้าย ๆ ในลำดับชั้นการควบคุมอันตราย (hierarchy of controls) แต่ในสถานการณ์ที่ไม่มีวิธีควบคุมอันตรายวิธีอื่นแล้ว PPE กลับกลายเป็นเกราะกำบังสำคัญที่ขาดไม่ได้ การเลือกใช้ PPE ที่เหมาะสมกับงานและสวมใส่อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ ทั้งนี้ก่อนที่จะเลือก PPE ต้องรู้ก่อนว่าอันตรายที่ต้องเผชิญคืออะไร การประเมินความเสี่ยงจะช่วยให้เห็นภาพรวมของอันตรายและนำไปสู่การเลือก PPE ที่ป้องกันได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันดวงตานั้นมีหลากหลายให้เลือกใช้ ที่พบบ่อยสำหรับงานในห้องปฏิบัติการมีดังนี้
- แว่นตานิรภัย (safety glasses) มีลักษณะคล้ายกับแว่นตาสายตา แต่มีคุณสมบัติความปลอดภัย โดยเลนส์มีความทนทานต่อการกระแทก บางรุ่นมีแผ่นป้องกันด้านข้าง (side shields) เพื่อเพิ่มการป้องกันมากขึ้น แต่ไม่ได้ป้องกันการกระเด็น สเปรย์ และละอองฝอยในระดับเดียวกับแว่นตานิรภัยแบบครอบดวงตา (goggles) และโดยทั่วไปไม่ควรใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการติดเชื้อ

รูปที่ 1 แว่นตานิรภัย
(ที่มา เข้าถึงได้จาก (1) https://www.3m.co.th/3M/th_TH/p/d/v101379794/
(2) https://www.3m.com/3M/en_US/p/d/b00034289/ สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2568)
- แว่นตานิรภัยแบบครอบดวงตา (safety goggles) มีระดับการป้องกันที่สูงกว่าแว่นตานิรภัย โดยจะแนบรอบดวงตา ป้องกันการกระแทก กระเด็น สเปรย์ และละอองฝอย ซึ่งแว่นครอบตานิรภัยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ แบบมีช่องระบายอากาศโดยตรง (direct ventilated goggles) แบบมีช่องระบายอากาศโดยอ้อม (indirect ventilated goggles) และแบบไม่มีช่องระบายอากาศ (non-ventilated ventilated goggles) เนื่องด้วยแว่นตานิรภัยแบบครอบดวงตาแบบมีช่องระบายอากาศโดยตรงไม่สามารถป้องกันดวงตาจากการกระเด็น สเปรย์ และละอองฝอยได้ ดังนั้นแว่นตานิรภัยแบบครอบดวงตาที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นแบบมีช่องระบายอากาศโดยอ้อมหรือแบบไม่มีช่องระบายอากาศ

รูปที่ 2 แว่นตานิรภัยแบบครอบดวงตา
(ที่มา เข้าถึงได้จาก (1) https://www.3m.com/3M/en_US/p/d/b00040563/
(2) https://www.3m.co.th/3M/th_TH/p/d/v000431149/
(3) https://www.3m.co.th/3M/th_TH/p/d/v000077371/ สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2568)
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่เหมาะสมจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าดวงตาจะได้รับการป้องกันอย่างดีที่สุด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
ข้อแนะนำสำหรับการเลือกอุปกรณ์ป้องกันดวงตามีดังนี้
- มีมาตรฐานและเหมาะสมกับลักษณะอันตราย ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องกำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 มีการกำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 9 มาตรฐาน ได้แก่ (1) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) (2) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization and Organization: ISO) (3) มาตรฐานสหภาพยุโรป (European Standards: EN) (4) มาตรฐานประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) (5) มาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute: ANSI) (6) มาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards: JIS) (7) มาตรฐานสถาบันความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (The national Institute for Occupational Safety and Health: NIOSH) (8) มาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัย และอาชีวอนามัยแห่งชาติ กรมแรงงาน ประเทศสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Administration: OSHA) (9) มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Fire Protection Association: NFPA))
- กระชับพอดีและสวมใส่สบาย
- ทนทานและทำความสะอาดได้ง่าย
- ไม่จำกัดวิสัยทัศน์และการเคลื่อนไหว
- ไม่รบกวนการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอื่น ๆ
- เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งานและการดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ข้อแนะนำสำหรับการใช้งานและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันดวงตามีดังนี้
- ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง หากชำรุดควรเปลี่ยนทันที
- ทำความสะอาดทุกวันหรือบ่อยเท่าที่จำเป็น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสอย่างรุนแรงที่อาจทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วน เพราะรอยขีดข่วนจะบดบังวิสัยทัศน์
- จัดเก็บในที่สะอาด แห้ง และป้องกันการกระแทก
- ผู้ใช้งานได้รับการอบรมเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันดวงตาอย่างถูกวิธี
เอกสารอ้างอิง
- Canadian Centre for Occupational Health and Safety. Personal Protective Equipment. [online] Available at: https://www.ccohs.ca/oshanswers/prevention/ppe/glasses.html [Accessed July 7, 2025].
- Centers for Disease Control and Prevention. Eye Safety – Eye Protection for Infection Control. [online] Available at: https://archive.cdc.gov/www_cdc_gov/niosh/topics/eye/eye-infectious.html [Accessed July 7, 2025].
- Centers for Disease Control and Prevention. Hazard ID 5 – Cercopithecine herpesvirus 1 (B Virus) Infection Resulting from Ocular Exposure. [online] Available at: https://www.cdc.gov/niosh/docs/99-100/default.html [Accessed July 7, 2025].
- Occupational Safety and Health Administration. Personal Protective Equipment. [online] Available at: https://www.osha.gov/sites/default/files/publications/osha3151.pdf [Accessed July 7, 2025].
- ZAJDOWICZ, THADDEUS R. MD; KERBS, SHARON B. PHD; BERG, S. WILLIAM MD; HARRISON, WILLIAM O. MD (1984). Labortatory-acquired Gonococcal Conjunctivitis Successful Treatment with Single-dose Ceftriaxone [online] Available at: https://journals.lww.com/stdjournal/ abstract/1984/01000/labortatory_acquired_gonococcal_conjunctivitis_.6.aspx [Accessed July 7, 2025].
- กระทรวงแรงงาน (2554), ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.shawpat.or.th/th/safety-law (สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2568)
โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย (2558), คู่มือการประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://esprel.labsafety.nrct.go.th/book.asp (สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2568)