ห้องปฏิบัติการปลอดภัย
2,059 views    
    [10 ม.ค. 61]    
   ลักษณะของห้องปฏิบัติการปลอดภัย

ลักษณะของห้องปฏิบัติการปลอดภัย มีดังนี้

  • มีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม กล่าวคือสามารถป้องกันและรับมือกับอุบัติเหตุได้ ส่วนที่มีข้อจำกัดในการจัดการ ผู้ปฏิบัติต้องทราบข้อจำกัดนั้น ๆ และจัดเตรียมมาตรการรองรับที่ถูกต้อง เพียงพอ
  • มีการดำเนินงานที่เป็นไปตามเกณฑ์พื้นฐานความปลอดภัย
  • มีการผนวกเรื่องความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยต่อตนเอง ต่อผู้ปฏิบัติงานโดยรอบ และต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • มีการสภาพความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการเป็นระยะ ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่


(อ้างอิงจาก คณะกรรมการความปลอดภัยด้านเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.), 2560.)

   ESPReL Checklist

ESPReL Checklist เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินสภาพความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการด้านเคมีและระบบประมวลผล พัฒนาโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) 2557 (คู่มือและแบบประเมิน ESPReL)

   การยกระดับความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ

การยกระดับความปลอดภัยเป็นวงจรของการพัฒนาซึ่งอาจพิจารณาได้เป็น 3 ระดับ ตามลำดับ ดังนี้

  • ระดับพื้นฐาน โดยใช้ ESPReL Checklist เป็นเครื่องมือสำรวจสภาพการจัดการความปลอดภัยว่า มีจุดแข็ง จุดอ่อน มากน้อยเพียงใดในแต่ละด้าน โดยเริ่มต้นจากการแก้ไขจุดอ่อนต่างๆ จนผ่านเกณฑ์พื้นฐานได้ทั้งหมด จึงถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการสร้างให้เกิดความปลอดภัยระดับพื้นฐาน
  • ระดับต้นแบบ เป็นการพัฒนาองค์ประกอบของความปลอดภัยที่เป็นจุดแข็ง ทั้งในภาพรวมหรือเฉพาะด้านของแต่ละองค์ประกอบ โดยการทำให้องค์ประกอบของความปลอดภัยเกิดขึ้นจนเห็นเป็นรูปธรรมทั้งกระบวนการและผลผลิต
  • ระดับมาตรฐานชาติ/สากล หากห้องปฏิบัติการสามารถดำเนินการให้มีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยเพื่อรักษาความเป็นต้นแบบให้ต่อเนื่องและยั่งยืนตามกระบวนการ PDCA และสามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในมาตรฐานชาติซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ด้วย ก็จะถือว่าห้องปฏิบัติการนั้นยกระดับจนมีความปลอดภัยเป็นระดับมาตรฐานชาติ/สากล


บันได 3 ขั้น แสดงการยกระดับความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ


(อ้างอิงจาก คณะกรรมการความปลอดภัยด้านเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.), 2560.)

   รูปธรรมของกระบวนการและผลผลิตของการบริหารจัดการความปลอดภัย

รูปธรรมของห้องปฏิบัติการปลอดภัย เป็นส่วนสำคัญยิ่งในการยกระดับความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจจำแนกเป็นรูปธรรมของกระบวนการและรูปธรรมของผลผลิต ดังตารางข้างล่างนี้เพื่อเป็นตัวอย่างของการพัฒนาให้เกิดความปลอดภัยขึ้น

หัวข้อ

องค์ประกอบความปลอดภัย

รูปธรรมของกระบวนการ

รูปธรรมของผลผลิต

1

การบริหารระบบการจัดการความปลอดภัย
- มีนโยบาย/ประกาศ/แผน เพื่อให้ดำเนินการจากระดับบริหารเช่น ระดับห้องปฏิบัติการ ระดับภาคฯ ระดับคณะ และระดับมหาวิทยาลัย
- มีกระบวนการพิจารณาร่วมกันในการทำแผน (เช่น แผนการจัดการความปลอดภัยด้านสารเคมี)
มีการสนับสนุนอย่างชัดเจน (เช่น งบประมาณ บุคลากร ฯลฯ)
- มีแนวทางการประเมินผลการดำเนินงานตามแผน/ระบบทบทวนการดำเนินงาน
- มีผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยทุกระดับ
- ประกาศ/คำสั่ง แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
- มีแผนแม่บทหรือนโยบายประกาศใช้และมีแผนปฏิบัติที่มีขั้นตอนการ ดำเนินงานและการสนับสนุนอย่างชัดเจน
- มีรายงานการประเมินผลการดำเนินงาน
- มี Safety Management Plan

2

ระบบการจัดการวัสดุในห้องปฏิบัติการ
- มีการตกลงร่วมของวิธีปฏิบัติในการจัดการข้อมูลสารเคมี วัสดุกัมมันตรังสี และสารชีวภาพ การจัดเก็บและการเคลื่อนย้าย
- มีการติดตาม ตรวจสอบและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล
- สารบบข้อมูลสารเคมี วัสดุกัมมันตรังสี และสารชีวภาพ และ Safety Data Sheet (SDS)
- การประเมินความเสี่ยง เช่น สารที่ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงสุดของห้องปฏิบัติการคืออะไร/ปริมาณเท่าใด
- การจัดเก็บสารเคมี วัสดุกัมมันตรังสี และสารชีวภาพ เหมาะสมตามความเป็นอันตรายของสารและมีการเก็บตามกลุ่มเพื่อความปลอดภัย
- การเคลื่อนย้ายสารด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยมีเครื่องป้องกันภาชนะบรรจุสารตกแตกและหกรั่วไหล
- มีระเบียบ หรือ ข้อตกลงร่วมกัน/กระบวนการในการปฏิบัติเฉพาะหน่วยงาน

3

ระบบการจัดการของเสียอันตราย
- มีการตกลงร่วมของวิธีปฏิบัติในการ
จำแนกประเภทและการจัดการการทิ้ง
ของเสียอันตราย
- การจัดการประเภทของเสีย มีการปฏิบัติอย่างชัดเจนจากต้นทางรวมทั้งมีการจัดการทิ้งให้ถึงปลายทางอย่างถูกต้อง
- มีแนวทางในการลดของเสีย เช่น ลดการใช้ตั้งแต่ต้นทาง หรือเปลี่ยนวิธีการทดสอบ เป็นต้น

4

ลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ
อุปกรณ์และเครื่องมือ
- มีการตกลงร่วมของวิธีปฏิบัติในการใช้
พื้นที่ การจัดระเบียบ และการดูแลรักษาระบบ
- จัดการการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม และเป็นระเบียบปลอดภัย เช่น การจัดพื้นที่ (zoning)
- จัดวางและติดตั้งครุภัณฑ์อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
- ระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลังเพียงพอในการทำงาน
- มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสมสำหรับห้องปฏิบัติการ/ตู้ดูดควันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (ในกรณีที่มีตู้ดูดควัน) ระบบต่าง ๆ มีการดูแลและบำรุงรักษา

5

ระบบการป้องกันและแก้ไขภัยอันตราย
- มีการตกลงร่วมกันในวิธีปฏิบัติกรณีฉุกเฉิน
- มีการนำรายงานอุบัติภัยมาอภิปรายและวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อทำให้เกิดการแก้ไขปรับปรุงจริงในการปฏิบัติ (การประเมินผลและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงการบริหารความเสี่ยง)
- แผนผังทางหนีไฟปรากฏให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจนโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
- อุปกรณ์สำหรับรับเหตุฉุกเฉินติดตั้งอย่างถูกต้องและใช้งานได้จริง
- จัดทำและจัดเก็บรายงานการเกิดอุบัติภัย การประเมินความเสี่ยง ซึ่งนำไปใช้ในการวางแผนและใช้เพื่อการเรียนรู้
- มีระเบียบปฏิบัติและป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัยติดประกาศไว้ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
- มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ที่เพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งาน

6

การให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ
- มีการติดตามว่าบุคลากรระดับต่าง ๆ ได้รับการกระตุ้นหรือเพิ่มเติมความรู้อย่างต่อเนื่อง
- มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
ให้ความรู้พื้นฐานที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
มีแผนการให้ความรู้แก่บุคลากร (เช่น refresh training/กระบวนการกระตุ้นจิตสำนึก เป็นต้น)

7

การจัดการข้อมูลและเอกสาร
- มีการร่วมกันพิจารณารูปแบบและการจัดเก็บเอกสาร
- มีระบบการทบทวน – ปรับปรุงการจัดการข้อมูลและเอกสาร
- จัดเก็บเอกสารและระบบที่สืบค้นได้ง่าย
- มีเอกสารคู่มือระบบการจัดการเอกสารและการปฏิบัติงาน (SOP)
- มี Safety Data Sheet (SDS) ที่เข้าถึงได้
- มีการจัดเก็บรายงานอุบัติภัยที่เกิดขึ้นเพื่อถอดบทเรียน


(อ้างอิงจาก คณะกรรมการความปลอดภัยด้านเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.), 2560.)

   ตัวอย่างห้องปฏิบัติการปลอดภัย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีห้องปฏิบัติการวิจัยจำนวนหนึ่งที่มีการดำเนินงานพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยในขั้นต่างๆ จากระดับพื้นฐานด้วยการใช้ ESPRel Checklist ยกระดับโดยการแก้ไขและยกระดับเป็นห้องปฏิบัติการปลอดภัยระดับต้นแบบเฉพาด้านและแบบครบทั้ง 7 องค์ประกอบ และดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้การรับรองเป็นห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสารเคมี (มอก. 2677 - 2558, เล่มที่1 และเล่มที่ 2) ซึ่งเป็นความสำเร็จและความก้าวหน้าที่น่าภาคภูมิใจ มีดังนี้