"ภัยเงียบในที่ทำงาน : ความเสี่ยงทางจิตสังคมที่คุณอาจไม่เคยรู้"
157 views    
    [27 เม.ย. 69]    

วันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสากล 

(World Day for Safety and Health at Work)

28 เมษายน 2569


ความเสี่ยงทางจิตสังคมจากการทำงาน มีความเชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 840,000 รายต่อปี 

ภาระงานที่มากเกินไป, ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน, หรือความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน การออกแบบหรือการจัดการงานที่ไม่ได้มาตรฐาน สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม การถูกคุกคามในสถานที่ทำงาน  กำลังส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ รายงานระดับโลกจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับใหม่ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีผู้คนมากถึง 840,000 ราย เสียชีวิตจากภาวะสุขภาพที่เชื่อมโยงกับ "ความเสี่ยงทางจิตสังคม (Psychosocial risks)" ในที่ทำงาน ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจและความผิดปกติทางจิตเวช รวมถึงนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ภัยเงียบเหล่านี้ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อชีวิตคนทำงาน แต่ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล คิดเป็น 1.37% ของ GDP โลกในแต่ละปี 

(ที่มา : องค์การแรงงานระหว่างประเทศ International Labour Organization: ILO, 22 เมษายน 2569)


จิตสังคม (Psychosocial) คืออะไร

     จิตสังคม (Psychosocial) คือ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตใจ (Psycho) ซึ่งรวมถึงความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม กับ สภาพแวดล้อมทางสังคม(Social) ที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และการปรับตัวของบุคคลเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขโดยเฉพาะในบริบทของสถานที่ทำงาน การทำความเข้าใจเรื่องจิตสังคมจะช่วยสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีทางร่างกายและจิตใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน


ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตใจและสังคม

ปัจจัยทางจิตใจและสังคมมีความสัมพันธ์และส่งผลกระทบต่อกันอย่างต่อเนื่อง  อาทิ สภาพแวดล้อมทางสังคมในสถานที่ทำงาน ได้แก่ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน นโยบายองค์กรและปริมาณงานที่ได้รับมอบหมาย สามารถส่งผลต่อสภาวะจิตใจของพนักงานได้ ในทางกลับกัน สภาวะจิตใจของบุคคล เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือทัศนคติเชิงบวกหรือเชิงลบ ก็สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออกของบุคคลนั้น ๆ และสัมพันธ์กับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสถานที่ทำงานหรือในสังคมได้เช่นกัน

ปัจจัยทางจิตสังคมในที่ทำงาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors) คือ ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน
    • ปริมาณงานที่มากเกินไป
    • ความกดดันด้านเวลาในการทำงานให้สำเร็จ
    • ผู้ปฏิบัติงานขาดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและขาดอำนาจในการควบคุมหรือจัดการงานตามภาระหน้าที่ของตนเอง
    • การขาดสนับสนุนที่ดีจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน
    • ความไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ในการทำงาน
    • ความคาดหวังจากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน
    • การกลั่นแกล้ง การคุกคาม หรือความสัมพันธ์ที่เป็นพิษในสถานที่ทำงาน
    • ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน
    • การเปลี่ยนแปลงภายในส่วนที่ขาดความชัดเจน เป็นต้น
  • ปัจจัยเสริม (Protective Factors) คือ ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ของผู้ปฏิบัติงาน
    • การสนับสนุนทางสังคม การสนับสนุนจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และครอบครัว
    • ความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ และความคาดหวังจากสังคม
    • การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และความสามารถในการควบคุมงานของตนเอง
    • วัฒนธรรมองค์กรที่ดี ที่ส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดกว้างและให้ความเคารพซึ่งกันและกัน
    • ความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-life Balance)
    • การให้คุณค่าและยอมรับในผลงานของพนักงาน


สภาพแวดล้อมการทำงานทางจิตสังคมคืออะไร?

นิยามความหมายของ "สภาพแวดล้อมการทำงานทางจิตสังคม" หมายถึง องค์ประกอบของการทำงานและปฏิสัมพันธ์ในสถานที่ทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับ วิธีการออกแบบงาน วิธีการจัดระบบ และการบริหารจัดการงาน ตลอดจนการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และกระบวนการที่ใช้กำกับดูแลการทำงานภายในองค์กร ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล และระดับภาพรวมขององค์กร ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและสุขภาวะของลูกจ้าง รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานและประสิทธิผลขององค์กร

เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความเสี่ยงทางจิตสังคม จึงได้นำเสนอสภาพแวดล้อมการทำงานออกเป็น 3 ระดับที่มีความเชื่อมโยงกัน ได้แก่

  • ลักษณะธรรมชาติของตัวงาน (The nature of the job itself) ครอบคลุมถึงข้อกำหนดและภาระงาน ความรับผิดชอบ ความสอดคล้องกับทักษะของลูกจ้าง การเข้าถึงทรัพยากร และการออกแบบภาระหน้าที่ในแง่ของคุณค่า ความหลากหลาย และการประยุกต์ใช้ทักษะของลูกจ้าง
  • ระบบและการจัดการงาน (How work is organized and managed) ครอบคลุมถึงความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ ความคาดหวัง ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ ปริมาณงาน จังหวะหรือความเร็วในการปฏิบัติงาน ตลอดจนกลไกการกำกับดูแลและการสนับสนุนการทำงานของลูกจ้าง
  • การวางนโยบาย แนวปฏิบัติ และกระบวนการทำงาน (Broader workplace policies, practices and procedures) ครอบคลุมถึงรูปแบบการจ้างงานและการบริหารเวลาทำงาน การจัดการการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร การตรวจสอบติดตามผ่านระบบดิจิทัล (Digital monitoring) กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้รางวัล นโยบายและระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OSH) กระบวนการป้องกันความรุนแรงและการคุกคามในสถานที่ทำงาน และกลไกสำหรับการให้คำปรึกษาตลอดจนการมีส่วนร่วมของลูกจ้าง

          ทั้งนี้ความเสี่ยงทางจิตสังคมนั้นก่อตัวขึ้นจากองค์ประกอบข้างต้น และสามารถป้องกันได้ผ่านการจัดการระดับองค์กรที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่เป็นต้นเหตุความเสี่ยง  นอกจากนี้การบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงทางจิตสังคมเข้ากับระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยอาศัยกลไกการเจรจาทางสังคมระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อกำหนดหรือหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการป้องกันความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและเศรษบกิจในระดับชาติ

          นอกจากนี้ พบว่าความเสี่ยงทางจิตสังคมมีความเชื่อมโยงกับภาวะทางสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่หลากหลาย ในกลุ่มแรงงานรวมถึงความเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล ตลอดจนโรคทางระบบเมตาบอลิซึม ความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal disorders) และความผิดปกติของการนอนหลับ

          แม้ว่าความเสี่ยงทางจิตสังคม อาจไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ ทว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของการทำงาน ซึ่งรวมถึงการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การทำงานทางไกล (Remote working) และรูปแบบการจ้างงานบริบทใหม่ กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสภาพแวดล้อมการทำงานทางจิตสังคม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมทวีความรุนแรงขึ้น หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ หากไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการปรับปรุงการจัดระบบงานและเพิ่มความยืดหยุ่น ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการเชิงรุก


ความเสี่ยงทางจิตสังคมกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายใหม่ในโลกการทำงาน

"ความเสี่ยงทางจิตสังคมกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในโลกของการทำงานยุคใหม่ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานทางจิตสังคมเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงแต่เพื่อการคุ้มครองสุขภาพจิตและสุขภาพกายของลูกจ้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนที่ยั่งยืน โดยบทสรุปชี้ให้เห็นว่า ด้วยการรับมือกับความเสี่ยงในเชิงรุก ทั้งในระดับประเทศและองค์กรไปในทิศทางเดียวกันจะสามารถเสริมสร้างสถานที่ทำงาน มีการสร้างระบบการจัดการการทำงาน ที่ส่งเสริมให้มีสุขภาวะที่ดีเกิดประโยชน์ต่อบุคลากรและองค์กร ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนด้วย

ที่มา :  องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เข้าถึงจาก  https://www.ilo.org/resource/news/840000-deaths-year-linked-psychosocial-risks-work




บริการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

1. สำหรับนิสิต: หน่วยส่งเสริมสุขภาวะนิสิต (Chula Student Wellness)

เน้นให้บริการนิสิตทุกระดับชั้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีทีมงานมืออาชีพทั้งนักจิตวิทยาและจิตแพทย์

           ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ wellness.chula.ac.th

2. สำหรับบุคลากร สามารถติดต่อสอบถามการบริการได้ที่ ศูนย์สุขภาวะทางจิต คณะจิตวิทยา

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร. 0-2218-1171 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ wellness.psy.chula.ac.th

3. บริการสำหรับบุคคลทั่วไปและหน่วยงาน: ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wellness)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร. 0-2218-1171 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ wellness.psy.chula.ac.th