เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 09.00-12.00 น. ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.) จัดการประชุมเครือข่ายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จุฬาฯ ครั้งที่ 3/2569 ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ส่วนงานร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน ประสบการณ์ แนวทาง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบงานความปลอดภัยในการทำงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ในการประชุมครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และกล่าวถึงเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งเหตุเพลิงไหม้ เหตุกราดยิง และอุบัติเหตุจากสารเคมีในต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมกล่าวถึงกรณีนักศึกษาได้รับอันตรายจากกรดไฮโดรฟลูออริกในมหาวิทยาลัยที่ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญของงานด้านความปลอดภัยไม่ได้อยู่เพียงการมองย้อนกลับไปว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไรหลังเกิดเหตุ แต่มองว่าความสามารถในการคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเป็นบทบาทสำคัญของเครือข่าย คปอ. ในการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ บุคลากร และนิสิตจุฬาฯ โดยเน้นหลักการที่ว่า “ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน”
การนำเสนอและแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ. ส่วนงาน) ของแต่ละส่วนงานในครั้งนี้ มีส่วนงานร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ คณะสหเวชศาสตร์ ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จังหวัดสระบุรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยมี นางสาวพีรดา สุนทระ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน เป็นผู้ดำเนินรายการ
คณะสหเวชศาสตร์ โดย นางสาวญาณิศา หวานจริง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำคณะสหเวชศาสตร์ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานภายใต้ตัวชี้วัดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การรายงานและถอดบทเรียนอุบัติการณ์ การอบรมความปลอดภัยพื้นฐานสำหรับนิสิตเทคนิคการแพทย์ชั้นปีที่ 4 และการสำรวจมาตรฐานห้องปฏิบัติการ โดยกิจกรรมครอบคลุมทั้งความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) การฝึกซ้อมตอบโต้เหตุฉุกเฉิน กรณีสารเคมีและเชื้อโรคหกรั่วไหล การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตพื้นฐาน การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED การซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ การป้องกันออฟฟิศซินโดรม การฝึกห้ามเลือด และการอบรมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของคระในด้านการคัดแยกขยะติดเชื้อ ทั้งนี้คณะสหเวชศาสตร์ มีห้องปฏิบัติการ 53 ห้องและได้ดำเนินการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และผลการตรวจติดตามระบบบริหารความปลอดภัยประจำปีมีครอบคลุมในทุกมิติ และในปีนี้คณะสหเวชศาสตร์ ได้รับรางวัลส่วนงานด้านความปลอดภัยโดดเด่น Gold Award และบุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น ประจำปี 2569 อีกด้วย
ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จังหวัดสระบุรี โดย นางสาวภัทรประภา ชัยสุวิรัตน์ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ นำเสนอระบบบริหารจัดการความปลอดภัยสำหรับการปฏิบัติงานกับสัตว์ทดลองและงานวิจัย ซึ่งครอบคลุมอาคารสำนักงาน อาคารเลี้ยงและผลิตลิง รวมถึงห้องปฏิบัติการระดับ BSL-1, BSL-2 และ BSL-3 โดยมีมาตรฐานสากลสำคัญที่ใช้รับรองคุณภาพและการบริหารจัดการในงานวิจัยและห้องปฏิบัติการทดสอบ (AAALAC International และ OECD GLP) พร้อมมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) เพื่อรองรับความเสี่ยงสำคัญ เช่น โรคจากสัตว์สู่คน มีการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล การล้างตาฉุกเฉิน การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ตลอดจนการตรวจสุขภาพบุคลากรและให้วัคซีนตามระดับความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีระบบรายงานอุบัติเหตุ การตรวจคัดกรองวัณโรค และการทดสอบความกระชับของหน้ากาก N95 อย่างสม่ำเสมอ
คณะสัตวแพทยศาสตร์ โดย นางสาวจันทร์เพ็ญ สุวิมลธีระบุตร เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (ชำนาญการ) P5 และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ รายงานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร ความปลอดภัยของบุคลากร นิสิต และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ โดยได้มีการดำเนินการปรับปรุงอาคารชัยอัศวรักษ์ ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 60 ปี ภายใต้โครงการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและตรวจสอบอาคารบูรณาการ ของ ศปอส. นอกจากนี้ได้มีการจัดอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และ การรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) รวมถึงการจัดการขยะติดเชื้อ และอบรมความปลอดภัยพื้นฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด นอกจากนี้ได้ผลักดันให้นิสิตชั้นปีที่ 1 ได้รับการอบรมความปลอดภัยพื้นฐานอย่างเป็นระบบ โดยมีนิสิตผ่านการอบรมคิดเป็นร้อยละ 85.8 ของนิสิตชั้นปีที่ 1 คณะสัตวแพทยศาสตร์
ทั้งนี้ ในด้านความปลอดภัยในการทำงานห้องปฏิบัติการ ได้มีการยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการตรวจประเมินและรับรองฯ และมีผลการตรวจติดตามระบบบริหารความปลอดภัยฯ ที่พัฒนามากขึ้น โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ได้รับรางวัลส่วนงานด้านความปลอดภัยดีเด่น Gold Award ประจำปี 2569 และมีบุคลากรที่ได้รับรางวัลบุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น จำนวน 2 คน นอกจากนี้กลุ่มนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้เข้าร่วมส่งประกวดแผนงานโครงการส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัย (CU Safe Vibes ก้าวปลอดภัยไปด้วยกัน) และได้รับรางวัลชนะเลิศ อีกหนึ่งรางวัลด้วยเช่นกัน
คณะเภสัชศาสตร์ โดย นางสาวพรพรรณ โรหิตรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ และประธาน คปอ.คณะเภสัชศาสตร์ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ และแนวทางบริหารความปลอดภัยผ่านการตรวจสอบ การจัดกิจกรรม และการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารฯ ของคณะทุก 6 เดือน โดยมีการอบรมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดโดยใช้สื่อหลายภาษา พร้อมวัดผลด้วยระบบ Pre-test และ Post-test รวมถึงบูรณาการความปลอดภัยไว้ในรายวิชาการบูรณาการเรื่องยาและสุขภาพ (IDG) สำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1–3 ผ่านสื่อวิดีโอและแบบทดสอบด้านความปลอดภัยทางเคมีและชีวภาพ ตลอดจนดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Chula Zero Waste และ “ปันกระดาษ ปันโอกาส” ซึ่งในปีนี้คณะเภสัชศาสตร์เป็นส่วนงานหนึ่งที่ได้รับรางวัลส่วนงานด้านความปลอดภัยโดดเด่น ระดับ Gold Award และบุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น ประจำปี 2569
นอกจากนี้ได้แบ่งปันประสบการณ์การเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นบทเรียนให้แก่ผู้เข้าร่วมได้รับทราบ โดยเป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการไม่ถูกวิธี การใช้งานอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานมานานกว่า 30 ปี และการเกิดประกายไฟจากการใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ จากอุบัติเหตุเกิดขึ้นล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ อายุการใช้งาน การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกประเภท และการให้ผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอุปกรณ์อยู่เป็นประจำ
คณะวิทยาศาสตร์ โดย นายนันทวัฒน์ สำราญรมย์ วิศวกร และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำคณะวิทยาศาสตร์ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามแผนงานด้านความปลอดภัยของคณะวิทยาศาสตร์ ที่มีการดำเนินงานแล้วคิดเป็นร้อยละ 85.7 ของกิจกรรมทั้งหมด โดยได้จัดให้มีการอบรม “หนี ซ่อน สู้” และจัดซ้อมอพยพหนีไฟ 2 ครั้งในปีงบประมาณ 2569 และมีการผลประเมินความพึงพอใจและประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการของ 10 ภาควิชา รวมถึงได้มีการอบรมและพัฒนาศักยภาพคณะผู้ตรวจประเมินภายในคณะวิทยาศาสตร์ซึ่งมีทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 20 คน พร้อมทั้งได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการยกระดับความปลอดภัยให้กับแต่ละภาควิชาของคณะวิทยาศาสตร์อีกด้วย
นอกจากนี้ คณะวิทยาศาสตร์ได้มีการตรวจสอบระบบประกอบอาคารทั้งสิ้น 13 อาคาร ครอบคลุมเกณฑ์การประเมินทั้ง 9 หมวดที่สำคัญ เช่น ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ตู้สายฉีดน้ำดับเพลิง ป้ายทางออกฉุกเฉิน ไฟฉุกเฉิน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ปั๊มน้ำดับเพลิง ระบบกล้องวงจรปิด ระบบปรับอากาศ และถังดับเพลิง โดยมีการมอบหมายผู้ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ส่วนของระบบปั๊มน้ำดับเพลิงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กำหนดให้มีการทดสอบการทำงานเป็นประจำทุกสัปดาห์ ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์เป็นอีกหนึ่งส่วนงานที่รับรางวัลส่วนงานด้านความปลอดภัยโดดเด่น ระดับ Gold Award และบุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น ประจำปี 2569
นอกจากการนำเสนอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ ของแต่ละส่วนงานแล้ว ที่ประชุมได้มีประเด็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับให้ความสำคัญกับการซ้อมอพยพหนีไฟและการฝึกใช้งานถังดับเพลิง การทดสอบความพร้อมของระบบอุปกรณ์ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน การสร้างทักษะให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่มีอยู่จริงในอาคารได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย การเลือกใช้สารดับเพลิงที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเด็นการปรับปรุงสถานที่ทำงานแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันการใช้งานพื้นที่ภายในห้องหรืออาคาร ซึ่งต้องไม่มองข้ามระบบความปลอดภัยที่มีอยู่เดิมด้วย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญการซ้อมอพยพหนีไฟ คือ จุดรวมพลของแต่ละอาคาร ภายในจุฬาฯ ควรมีการทบทวนตำแหน่งจุดรวมพลให้มีความเหมาะสม เนื่องจากบางพื้นที่มีข้อจำกัดในการกำหนดจุดรวมพลของแต่ละส่วนงาน เช่น การกำหนดจุดรวมพลในบริเวณลานจอดรถที่มีรถยนต์ใช้งานเต็มพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจไม่สามารถใช้งานเป็นจุดรวมพลได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงเสนอให้มีการสำรวจและประเมินพื้นที่เปิดที่มีเหมาะสมในการกำหนดเป็นจุดรวมพลทั้งในระดับมหาวิทยาลัย และของแต่ละส่วนงาน (การกำหนดจุดรวมพลตามมาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทย (วสท.) และสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ (National Fire Protection Association : NFPA) มีหลักการเบื้องต้นว่า ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากการถล่มของอาคาร และมีระยะห่างจากอาคารหรือจุดเกิดเหตุ ไม่น้อยกว่า 20 เมตร หรือประมาณ 1.5 เท่าของความสูงอาคาร)
ในช่วงสุดท้ายของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้มีการเสนอให้เครือข่ายด้านความปลอดภัยฯ จุฬาฯ มีการนำเสนอให้เห็นถึงข้อมูลและแนวโน้มอุบัติการณ์เชิงสถิติระดับส่วนงาน และระดับมหาวิทยาลัย และมีการเปรียบเทียบก่อนและหลังการนำมาตรการป้องกันและแก้ไขด้านความปลอดภัยไปใช้ในการปรับปรุง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คปอ. ของแต่ละส่วนงานสามารถเข้าถึงข้อมูลสถิติอุบัติการณ์ของส่วนงานตนเองผ่านระบบฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ของ ศปอส. และสามารถใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อประกอบการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มต่าง ๆ ได้ตามวัตถุประสงค์
การประชุมเครือข่ายด้านความปลอดภัยฯ ครั้งนี้ เป็นการผสานความร่วมมือของส่วนงานต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานและบทเรียนจากการปฏิบัติจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้มีความพร้อม สามารถป้องกันและตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนร่วมกันภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อไป
![]() |
ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| โทร.: 0 2218 5222, 09 9132 6622 (ในวันและเวลาราชการ) 09 9132 6622 (เฉพาะกรณีฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง) | |
| อีเมล: shecu@chula.ac.th |
| จำนวนผู้เข้าชม | |||
|
|||
| 12 ตุลาคม 2562 |