การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่วิจัยสถาบันป้องกันกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล ในภูมิภาคอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจของคนจำนวนมากทั้งในพื้นที่และระดับนานาชาติ หลังมีรายงานว่าการเสียชีวิต อาจเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการ โดยที่ทางการรัสเซียระบุว่าผู้เสียชีวิตมีภาวะปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ แต่ไม่พบอุบัติเหตุระหว่างทำงานกับจุลชีพก่อโรค เหตุการณ์นี้จึงยังเป็นกรณีที่หลาย ๆ ประเทศยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกาฬโรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันการระบาดหรือการรั่วไหลของเชื้อ (Interfax, 2026a). สถานการณ์นี้จึงได้รับความสนใจและการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก
*หมายเหตุ : เรียบเรียงข้อมูลจากการรายงานของสื่อ สำนักข่าวท้องถิ่นรัสเซีย และสำนักข่าวนานาชาติ โดยรวบรวม ตรวจสอบข้อมูล และเข้าถึงข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569
สรุปลำดับเหตุการณ์ตามการรายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่น ที่นำไปสู่การติดตามสถานการณ์จากทั่วโลก
25 กันยายน 2569
สื่อท้องถิ่นอ้างว่า อาจเกิดอุบัติเหตุจากการที่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทำหลอดทดลองของจุลชีพ เยอซิเนีย แพสทิซ (Yersinia pestis) กลุ่มเชื้อกาฬโรค (Plague) หกรั่วไหลในการทดลองของสถาบันป้องกันกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล (Irkutsk Anti-Plague Research Institute of Siberia and the Far East) ในภูมิภาคอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย (Lyudi Baikala, 2026b) ซึ่งนำไปสู่อาการป่วยและการเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
1 ตุลาคม 2569
ตามรายงานท้องถิ่นอ้างว่า เริ่มมีการตรวจ กักกันแพทย์และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการคนดังกล่าวซึ่งมีอาการป่วยและเข้ารักษาด้วยอาการปอดอักเสบในเมืองเชเลคอฟ (Lyudi Baikala, 2026b).
2 ตุลาคม 2569
ในคืนเข้าสู่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเสียชีวิต สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีมาตรการควบคุมในพื้นที่ มีการจำกัดการรับผู้ป่วยใหม่และการจำหน่ายผู้ป่วยของโรงพยาบาล มีการประชุมเร่งด่วนของฝ่ายบริหารภูมิภาค โดยสำนักงานเฝ้าระวังความปลอดภัยผู้บริโภคและสวัสดิภาพมนุษย์แห่งสหพันธ์รัฐรัสเซีย (Rospotrebnadzor) (Lyudi Baikala, 2026a).
3 ตุลาคม 2569
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในท้องถิ่นมีการสื่อสารมาตรการป้องกัน เช่น มาตรการสวมหน้ากากอนามัย เผยแพร่คำแนะนำไม่ให้เดินทางไปเชเลคอฟ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเสียชีวิต และมีการเชื่อมโยงความกังวลเกี่ยวกับกาฬโรค โดยที่ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตในทางการแพทย์ (Doval, 2026, Lyudi Baikala, 2026a).
4 ตุลาคม 2569
ทางการรัสเซียโดยสำนักงานเฝ้าระวังความปลอดภัยผู้บริโภคและสวัสดิภาพมนุษย์แห่งสหพันธ์รัฐรัสเซีย (Rospotrebnadzor) ชี้แจงว่า ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย “มีอาการปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ” และการตรวจเพิ่มเติมพบว่า “ไม่พบจุลชีพ (เชื้อโรค) ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของผู้ป่วย” และ “ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานกับจุลชีพก่อโรค” (Oblastnaya gazeta, 2026; Doval, 2026) ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
5 ตุลาคม 2569
มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ผ่านสื่อระดับโลก หลายประเทศกำลังติดตามสถานการณ์ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น และให้ความเห็นว่าเหตุการณ์นี้มี “ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประชาชนทั่วไปในระดับต่ำ” (Osborn, 2026).
ในวันเดียวกัน สำนักงานเฝ้าระวังความปลอดภัยผู้บริโภคฯ รัสเซีย (Rospotrebnadzor) แจ้งว่า “สถานการณ์ด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยาในภูมิภาคอีร์คุตสค์อยู่ในภาวะสงบ” ยุติการเฝ้าระวังและติดตามอาการทางการแพทย์ของผู้สัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่เสียชีวิต โดยผลการตรวจระบุว่า พบผู้ใกล้ชิดติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2 ราย ติดเชื้อไรโนไวรัสจำนวน 2 ราย แต่ไม่พบเชื้อก่อโรคติดเชื้ออื่น ๆ (Interfax, 2026b).
จากสถานการณ์ข้างต้นเกี่ยวกับการใช้มาตรการควบคุมฉุกเฉินในพื้นที่ มีการจำกัดพื้นที่และกักกันผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ซึ่งเป็นเพียงวิธีการตอบสนองต่อความเสี่ยงในการควบคุมโรคระบาด “มาตรการกักกัน การตรวจสอบ และการควบคุมพื้นที่ ไม่ใช่การยืนยันชนิดของเชื้อ การติดเชื้อ หรือการแพร่กระจายของเชื้อ”
ในด้านการทำงานในห้องปฏิบัติการทางชีวภาพอย่างปลอดภัยมีแนวปฏิบัติและมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ รวมถึงการตอบโต้อุบัติการณ์และเหตุฉุกเฉินทางชีวภาพเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ดังนี้
มาตรฐานและความปลอดภัยพื้นฐานทางชีวภาพตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพและการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- กำหนดระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจัดให้มีระบบข้อมูลโครงการวิจัย ห้องปฏิบัติการ และการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่เป็นปัจจุบันและตรวจสอบได้
- ควบคุมความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน จัดสภาพห้องปฏิบัติการและขั้นตอนการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะงาน กำกับให้ผู้ใช้งานผ่านการอบรมก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และประเมินความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานสากล
- ใช้การประเมินความเสี่ยงเป็นฐานในการป้องกัน ประเมินความเสี่ยงระดับบุคคล โครงการ และห้องปฏิบัติการ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการควบคุมและแผนงานด้านความปลอดภัย โดยมีการทบทวนมาตรการควบคุมและแผนงานเมื่อเกิดอุบัติการณ์หรือมีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ขั้นตอน หรืออุปกรณ์ในกิจกรรมหรือกระบวนการดำเนินงาน
- จัดการของเสียอันตรายทางชีวภาพอย่างครบวงจร กำหนดขั้นตอนการจำแนก การทิ้ง การจัดเก็บระหว่างรอกำจัดในบริเวณที่กำหนด และการกำจัดอย่างเหมาะสม พร้อมรวบรวมและรายงานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการความปลอดภัย
- เตรียมความพร้อมและเรียนรู้จากอุบัติการณ์ จัดทำและฝึกซ้อมแผนป้องกันและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ส่งเสริมการรายงานสภาพไม่ปลอดภัย เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ และอุบัติเหตุ รวมทั้งสืบสวนหาสาเหตุและนำผลมาปรับปรุงมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ
- พัฒนาความรู้ของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง จัดการอบรมให้เหมาะสมกับหน้าที่และระดับความเสี่ยงของงาน พร้อมจัดเก็บหลักฐานการอบรมและฟื้นฟูความรู้ทุกสามปีตามที่เอกสารกำหนด
การตอบโต้เหตุฉุกเฉินทางชีวภาพ (Biological Emergency Response)
- มีอุปกรณ์ประจำห้องปฏิบัติการ: ห้องปฏิบัติการชีวภาพต้องมีอุปกรณ์ตอบโต้เหตุฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน เช่น ชุดจัดการสารชีวภาพรั่วไหล (Biological Spill Kit) และ อุปกรณ์ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน อาทิเช่น น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% เป็นต้น
- มีแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน: มีขั้นตอนและแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุฉุกเฉินที่ครอบคลุมความเสี่ยงกรณีสารชีวภาพรั่วไหลหรืออุบัติเหตุจากการติดเชื้อ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ลดการแพร่กระจาย และ decontaminate พื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุสารชีวภาพรั่วไหลในห้องปฏิบัติการตาม
- ผู้ประสบเหตุแจ้งผู้ร่วมปฏิบัติการให้อพยพทันที และปิดเครื่องปรับอากาศ
- ปิดห้องปฏิบัติการเพื่อรอให้ละอองที่ฟุ้งกระจายตกลงพื้นอย่างน้อย 20-30 นาที
- แจ้งหัวหน้าห้องปฏิบัติการ และเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดชุดจัดการสารชีวภาพหกรั่วไหล พร้อมใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมในการทำความสะอาด
- เมื่อผู้ประสบเหตุสัมผัสสารชีวภาพ ควรทำความสะอาดร่างกายทันที สามารถแบ่งได้ตามลักษณะการสัมผัสสารชีวภาพของร่างกายดังนี้
- สัมผัสผิวหนังหรือเกิดบาดแผล ให้ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนทันที ทำความสะอาดบาดแผลเป็นอันดับแรก และบีบแผลเปิดให้เลือดไหลออกมา จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ 15 นาที
- สัมผัสเยื่อบุต่างๆ เช่น ตา จมูก ช่องปาก ให้ล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 15 นาที
- สัมผัสทางเดินหายใจจากการสูดดม ให้กลั้นหายใจเมื่อเกิดสารชีวภาพหกรั่วไหล ฟุ้งกระจาย และรีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที
- เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วอาจไปพบแพทย์ โดยประเมินตามความเสี่ยง
เอกสารอ้างอิง
- คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, และศูนย์ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2564). แนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพและการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
- ศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2568). (ร่าง) มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานห้องปฏิบัติการ.
- Doval, A. (2026, October 4). Чума вернулась в Сибирь? В России возникла паника после гибели лаборантки противочумного института [กาฬโรคกลับสู่ไซบีเรียหรือไม่? ความวิตกกังวลในรัสเซียหลังเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยกาฬโรคเสียชีวิต]. Euronews. https://ru.euronews.com/2026/10/04/russia-plague-spreading
- Interfax. (2026a, October 4). Роспотребнадзор заявил о стабильной обстановке в Иркутской области [Rospotrebnadzor ระบุว่าสถานการณ์ในภูมิภาคอีร์คุตสค์มีเสถียรภาพ]. https://www.interfax.ru/russia/1120228
- Interfax. (2026b, October 5). Роспотребнадзор сообщил о спокойной обстановке в Иркутской области [Rospotrebnadzor รายงานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคอีร์คุตสค์สงบ]. https://www.interfax.ru/russia/1120505
- Lyudi Baikala. (2026a, October 5). Четыре вопроса о чуме [สี่คำถามเกี่ยวกับกาฬโรค]. https://baikal-journal.ru/2026/10/05/chetyre-voprosa-o-chume/
- Lyudi Baikala. (2026b, October 2). По одной из версий, погибшая от чумы в Шелехове работала лаборанткой и разбила пробирку с возбудителем инфекции [ตามรายงานหนึ่ง ผู้เสียชีวิตในเชเลคอฟเป็นเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและทำหลอดบรรจุเชื้อแตก]. https://baikal-journal.ru/2026/10/02/pogibshaya-ot-chumy-v-shelehove-rabotala-laborantkoj-i-razbila-probirku-s-vozbuditelem-infekczii/
- Oblastnaya gazeta. (2026, October 4). Роспотребнадзор: Сотрудница Иркутского противочумного института ушла из жизни из-за пневмонии [Rospotrebnadzor: เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยกาฬโรคอีร์คุตสค์เสียชีวิตจากปอดอักเสบ]. https://www.ogirk.ru/2026/10/04/rospotrebnadzor-sotrudnica-irkutskogo-protivochumnogo-instituta-ushla-iz-zhizni-iz-za-pnevmonii/
- Osborn, A. (2026, October 5). Dozens quarantined in Siberia after plague institute lab worker dies. Reuters. https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/dozens-quarantined-siberia-after-plague-institute-lab-worker-dies-2026-10-05/